ค้นหา
  • Local Connex

How to รอด เมื่อพระราหูมาเยือน

อัปเดตเมื่อ 4 ส.ค. 2563


ใครที่โดนทักว่าราหูอม คงสะกิดใจไม่น้อย ว่าหน้าฉันหมองอมทุกข์ งานเข้าบ่อยๆ จนคนรอบข้างสังเกตเห็นได้ชัด บางคนก็วิ่งวุ่นหาหมอดูให้ช่วยผูกดวงชะตาหาสาเหตุ บางคนก็นั่งเสิร์ชข้อมูลในเน็ทวนไป และหวยก็มักไปออกที่พระราหูซึ่งมักตกเป็นจำเลยอยู่บ่อยครั้ง


สำหรับผู้ที่โดนพระราหูเอฟเฟกต์ ยังมีสถานที่ไหว้สะเดาะเคราะห์ขึ้นชื่ออีกหนึ่งแห่ง ที่ไม่ต้องไปไกลถึงต่างจังหวัด ประหยัดเวลาและการเดินทางได้อย่างดี นั่นก็คือวัดวรามาตยภัณฑสารารามหรือที่คนท้องที่เรียกกันว่า “วัดขุนจันทร์”

วัดแห่งนี้นั้นตั้งอยู่ระหว่างตลาดพลูและวัดปากน้ำภาษีเจริญ ถ้ามาไหว้พระราหูก็ถือโอกาสข้ามคลองไปไหว้หลวงพ่อสดที่วัดปากน้ำ และแวะมาฝากท้องที่ตลาดพลูได้อย่างสบายๆ แหม่มาทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม

ไฮไลท์การไหว้พระราหูของวัดขุนจันทร์นั้นคือพิธีสวดนพเคราะห์พระราหู ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันพุธสิ้นเดือน ตั้งแต่หนึ่งทุ่มไปสิ้นสุดราวสามทุ่ม พิธีสวดนพเคราะห์นั้นเป็นพิธีที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะมีองค์ประกอบในพิธีเยอะ จุดมุ่งหมายสำคัญคือการขอพรให้เทวดานพเคราะห์คุ้มครองด้วยชะตาของเรา และเป็นพิธีที่มีการสวดมนต์ทั้งพุทธและพราหมณ์เข้าร่วมกัน โดยพราหมณ์จะเริ่มอ่านโองการบูชาเทวดา สลับกับพระสงฆ์สวดพระปริตร เพื่อปัดเป่าอาเพศออกไปจากดวงชะตา

ส่วนวันธรรมดานั้นก็ยังสามารถมากราบไหว้พระราหูได้ตามปกติ ทางวัดก็เตรียมเครื่องไหว้บูชาไว้พร้อมในราคาย่อมเยาเพียง 49 บาท เครื่องไหว้นั้นจะประกอบไปด้วย ของดำ 8 อย่าง ชุดไหว้พระพุทธ ซึ่งประกอบด้วยพวงมาลัยธูปเทียน และชุดไหว้พระราหูซึ่งจะมีธูป เทียน และดอกไม้สีดำ

การมาไหว้พระราหูนั้น เริ่มต้นจากการตั้งนะโมสามจบ สวดบูชาพระราหู แล้วตามด้วยคำถวายเครื่องสังเวยพระราหู (คำสวดทางวัดมีตั้งไหวหน้าพระราหู) นำธูปเทียนและดอกไม้ไปวางตามจุดที่ทางวัดกำหนด และปิดทององค์พระราหูเป็นอันจบพิธีแบบรวบรัด

ย้อนกลับมาดูพระราหูคือใครทำไมท่านมีฤทธิ์ฟาดงวงฟาดงา เหวี่ยงวีนกับโชคชะตาเราขนาดนี้? ในโหราศาสตร์ไทยเล่าว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระศิวะทรงนำหัวผีโขมด 12 หัว มาตำๆบดๆจนป่นละเอียดแล้วพักไว้ จากนั้นเพิ่มชีวิตและอิทธิฤทธิ์ ด้วยการประพรมน้ำอมฤต เพียงเท่านี้เราก็จะได้เทวดานพเคราะห์ลำดับที่ 8 ออกมา แต่เดี๋ยวก่อนรูปร่างพระราหูไม่ได้ขาดครึ่งตัวตั้งแต่เกิด แต่มันมีเหตุ.....

ส่วนพระราหูนั้นรู้ทัน...จึงปลอมตัวเป็นเทวดา ตีเนียนร่วมกินน้ำอมฤตด้วย แต่แล้วพระราหูก็โดนจับโป๊ะได้

ครั้งหนึ่งพระนารายณ์ทรงอวตารเป็นเต่า หรือที่รู้จักกันในปางกูมารวตาร ทรงร่วมกับเหล่าเทวดาและเหล่าอสูรกวนเกษียรสมุทรเพื่อผลิตน้ำอมฤตกินแล้วไม่ตาย เมื่อการกวนน้ำอมฤตเสร็จสิ้นลงเหล่าเทวดาคิดการณ์ไกล ว่าในอนาคตงานอาจเข้า ถ้าให้อสูรกินน้ำอมฤตด้วย จึงออกอุบายให้เหล่าอสูรกินสุราเคล้านารี เพื่อให้เหล่าเทวดากินน้ำอมฤตให้หมดก่อน...อ้าว! คุณหลอกดาว ส่วนพระราหูนั้นรู้ทัน แหมๆๆดูออกแหระ! จึงปลอมตัวเป็นเทวดา ตีเนียนร่วมกินน้ำอมฤตด้วย แต่แล้วพระราหูก็โดนจับโป๊ะได้ โดยดูโอ้คู่หู พระอาทิตย์และพระจันทร์ เทพทั้งสองรับบทเป็นนางฟ้อง เข้าไปทูลพระนารายณ์ พระองค์ก็ทรงฟิวขาด ขว้างจักรใส่พระราหูจนร่างขาดสองท่อน แต่อุต๊ะ! พระราหูไม่ตายอย่างที่คิดเพราะกินน้ำอมฤตไปเรียบร้อยแล้ว มิหน้ำซ้ำยังสามารถแบ่งเซลท่อนล่างออกมาเป็นพระเกตุ เทวดานพเคราะห์ลำดับที่ 9 เสียอีก


สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร ฝ่ายพระราหูแค้นฝังหุ่นเทพดูโอ้ เมื่อสบโอกาสก็จับพระอาทิตย์กับพระจันทร์กลืนกิน จนเป็นที่มาสุริยุปราคา จันทรุปราคา


ในขณะที่ฝ่ายพุทธเองก็มีเรื่องราวของของเทพที่มีชื่อไปพ้องกับพระราหูเช่นกัน และก็มีเหตุการณ์ที่ไปพ้องกันอีก เรื่องมีอยู่ว่าในสมัยพุทธกาล อสูรตนหนึ่งมีชื่อว่า อสุรินทราหูเข้าไปจับสุริยเทวบุตรหวังประทุษร้าย สุริยเทวบุตรกำลังเข้าตาจน จึงกล่าวคำระลึกถึงพระพุทธเจ้าขึ้นเป็นที่พึ่ง เมื่อพระพุทธทรงทราบจึงตรัสให้อสุรินทราหูปล่อยสุริยเทวบุตร อสุรินทราหูก็ตกใจปล่อยสุริยเทวบุตร แล้ววิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปหาท้าวเวปจิตติ นายใหญ่ฝ่ายอสูรก็ถามกลับไปว่ามีเรื่องอะไรถึงหมดสภาพมาเช่นนี้ อสุรินทราหูก็ตอบไปว่า โดนพระพุทธเจ้าท่องคาถาขับมา ได้รับความทรมานเหมือนศีรษะจะแตกเป็นเจ็ดเสี่ยง

อสุรินทราหูตนนี้ได้รับคำพยากรณ์จากพระพุทธเจ้ายุคเราว่า จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในภายภาคหน้า

ความเซอร์ไพร์สของอสุรินทราหูไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เมื่อท่านรู้แล้วว่าพระพุทธเจ้าท่านเจ๋งแค่ไหน จึงอยากหาโอกาสเข้าไปฟังธรรมบ้าง แต่ก็ติดตรงที่ว่าร่างของตนนั้นใหญ่จะก้มกราบก็กะไรอยู่ เมื่อไปถึงก็ไม่ได้ก้มกราบทำความอ่อนน้อม ความทราบถึงพระพุทธเจ้าจึงทรงเนรมิตรกายท่านให้สูงใหญ่กว่าอสุรินทราหู โดยทรงนอนสีหไสยาสน์ พระเศียรหนุนภูเขา ตอนแรกอสุรินทราหูก็หาพระพุทธเจ้าไม่เจอเพราะคิดว่าท่านตัวเล็กมาก ต่อเมื่อได้ยินเสียงพระองค์จึงแหงนหน้าขึ้นไป ก็โดนเซอร์ไพร์สสส...ยอมลดทิฐิของตน ฟังพระพุทธเจ้าแสดงธรรม เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นที่มาของปางพระพุทธรูปที่คนทั่วโลกน่าจะคุ้นตาที่สุดเมื่อมากรุงเทพ นั้นคือพระปางไสยาสน์หรือพระนอนที่วัดโพธิ์นั่นเอง


ซึ่งอสุรินทราหูตนนี้ได้รับคำพยากรณ์จากพระพุทธเจ้ายุคเราว่า จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในภายภาคหน้า มีพระนามว่า “พระนารทสัมพุทธเจ้า” อสุรินทราหูจึงมีสถานะเป็นพระโพธิสัตว์ที่เตรียมตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาลนั่นเอง

ดู 12 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด