ค้นหา
  • Local Connex

ธนบุรีที่เห็นไม่ชัด III : ความมิกซ์แอนด์แมทที่ลงตัว ริมคลองด่าน 2

อัปเดตเมื่อ 23 ก.ค. 2563


แม้ศิลปะพระราชนิยมของรัชกาลที่ 3 จะแพร่หลายอย่างมากในยุคนั้น แต่มีข้อยกเว้นไว้สำหรับวัดหนึ่งที่ทรงอุปถัมภ์ นั่นก็คือวัดหนังราชวรวิหารที่อยู่ใกล้กัน เพราะพระราชชนนีสมเด็จพระศรีสุราลัยท่านริเริ่มบูรณะไว้ รูปแบบโบสถ์วิหารจึงมีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์แบบไทยประเพณีแบบจัดเต็ม

วัดหนังราชวรวิหารนี้ มีการจัดผังอาคารที่สวยงามและเป็นระเบียบมาก กลุ่มพระอุโบสถ์ และวิหารถูกล้อมด้วยกำแพงแก้ว จึงหมดปัญหารถที่นำมาจอดในวัดบดบังทัศนียภาพมุมกว้าง ส่วนไฮไลท์สำคัญของวัดแห่งนี้อยู่ระหว่างพระอุโบสถและวิหาร คือพระปรางค์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เพิ่มความสง่าด้วยตุ๊กตานักรบจีนโบราณที่รัชกาลที่ 3 พระราชทานมา สิ่งอัปมงคลเข้ามามีฟาด นั้นไหว้ห่างๆอย่าเข้าไปใกล้

สำหรับสายมูขอแนะนำให้ไปสักการะหลวงปู่เอี่ยม ท่านมีอะไรเด็ด? เรื่องนี้มีสตอรี่ ย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อท่านเสด็จประพาสยุโรป หลวงปู่เอี่ยมเกจิชื่อดังได้ทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าไว้ว่าท่านจะเจออันตรายจากสัตว์สี่เท้า จึงได้ถวายมนต์บทหนึ่งไว้

อภินิหารคาถาหลวงปู่เอี่ยม

เวลานั้นฝรั่งเศสมีการแข่งขันโปโลและการแข่งขันม้าพยศ Rodeo ร่วมอยู่ด้วย ทางการจึงทูลเชิญเสด็จไปยังงานนั้น ในงานนั้นมีม้าตัวหนึ่งถูกล่ามขาไว้ทั้ง 4 ข้าง ลักษณะดุร้าย ไม่มีผู้ใดกล้ากำราบ ทางฝรั่งเศสเห็นดังนั้นจึงทูลถามเรื่องราวม้าในสยามและทูลเชิญให้ลองทรงปราบพยศม้าตัวนี้

ด้วยขัตติยมานะทรงระลึกถึงคำทำนายของหลวงปู่เอี่ยม จึงทรงหยิบหญ้าขึ้นมา 1 กำ แล้วทรงบริกรรมคาถา เมื่อม้าได้กินหญ้าก็ละพยศ ยอมให้รัชกาลที่ 5 ขึ้นประทับ แล้วทรงบังคับให้เยื้องย่างไปรอบสนามแต่โดยดี เสียงสรรเสริญ บราโว บราโว ก็กึกก้องทั่วสนามแข่งม้า


อภินิหารคาถาของหลวงปู่เอี่ยมนั้นมีชื่อว่า อิติปิโสเรือนเตี้ย หรือ คาถามงกุฎพระพุทธเจ้านั่นเอง

วัดนางนอง จุดเริ่มต้นการ Gossip ของชาวพระนคร

ถ้าไม่พูดถึงวัดนางนอง คลองด่านคงไม่สมบูรณ์ วัดแห่งนี้เดินย้อนกลับมาทางถนนวุฒากาศ ก็จะพบพระอุโบสถศิลปะแบบพระราชนิยม เห็นวัดนี้เงียบๆ แต่เกือบสองร้อยกว่าปีก่อนนี่สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาล จุดเริ่มต้นนั้นอยู่ภายในพระอุโบสถ คือพระพุทธมหาจักรพรรดิ พระประธานทรงเครื่องแบบพระมหาจักรพรรดิที่งามที่สุดองค์หนึ่งในประเทศ

ด้วยเครื่องทรงมงกุฎที่ถอดประกอบได้ รัชกาลที่ 3 ท่านทรงยืมไปไว้บนยอดนพศูลของพระปรางค์วัดอรุณ และโปรดเกล้าให้สร้างมงกุฏองค์ใหม่ถวายคืน เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นที่ร่ำลือกันทั่วพระนคร ว่ารัชกาลที่ 3 โปรดให้เจ้าฟ้ามงกุฎ ครองราชย์ต่อจากพระองค์ คนไม่ใช่สายประวัติศาสตร์อาจมึนงง...แล้วทำไมล่ะ?

ตามธรรมเนียมการขึ้นครองราชย์นั้นจะยึดเอาสายเลือดฝั่งพระราชมารดาเป็นหลัก คือพระราชโอรสที่ประสูติจากพระมเหสี แต่หลังจากรัชกาลที่ 2 สวรรคตลง ขุนนางได้กราบทูลเชิญกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์พระราชโอรสองค์โตซึ่งประสูติจากเจ้าคุณจอมมารดาเรียมพระสนมเอกขึ้นครองราชย์ ในขณะที่เจ้าฟ้ามงกุฏซึ่งประสูติจากพระมเหสีขณะนั้นได้เสด็จออกผนวช การขึ้นครองราชย์ในเวลานั้นจึงไม่ได้เป็นไปตามธรรมเนียมที่ยึดถือมา ย้อนกลับมาที่รัชกาลที่ 3 ท่านก็ไม่ได้ตั้งใครเป็นมเหสี และไม่มีการแต่งตั้งผู้ใดเป็นรัชทายาทอีกเช่นกัน

การที่ท่านให้นำมงกุฎจากวัดนางนองไปไว้บนยอดพระปรางค์วัดอรุณ ก็ทำให้คนตีความไปว่าทรงมีพระราชประสงค์ให้เจ้าฟ้ามงกุฎซึ่งเป็นพระราชอนุชาต่างพระราชมารดาของท่านจะขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป จึงเป็นที่ Gossip กันในเวลานั้น และหลังการสวรรคตของรัชกาลที่ 3 ขุนนางก็อัญเชิญเจ้าฟ้ามงกุฎ ขึ้นครองราชย์ต่อเป็นรัชกาลที่ 4



ส่วนพระอุโบสถวัดนางนองนั้นเปิดปิดเป็นเวลา วันจันทร์-ศุกร์ มี 2 ช่วง คือ 08.00-09.00 น.และ 17.00-18.00 น. ส่วน วันเสาร์-อาทิตย์ นั้นเปิดตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ 08.00-18.00 น.

ดู 22 ครั้ง0 ความคิดเห็น